ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

การรถไฟฯ เปิดให้บริการเดินรถเชิงพาณิชย์ และขบวนรถเชิงสังคมเพิ่ม 22 ขบวน รองรับการผ่อนคลายมาตรการ และการยกเลิกเคอร์ฟิวทุกจังหวัดทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป


นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง และยกเลิกมาตรการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ทุกจังหวัดทั่วประเทศ การรถไฟฯ ได้ปรับการเดินขบวนรถให้สอดคล้องกับสภาพการเดินทางและรองรับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล โดยเพิ่มการให้บริการขบวนรถเชิงพาณิชย์ และขบวนรถเชิงสังคมอีกจำนวน 22 ขบวน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยมีขบวนรถที่ให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้ขบวนรถเชิงพาณิชย์สายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 2 ขบวน เปิดเดิน วันที่ 9/10 ธันวาคม 2564 - ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 25/26 กรุงเทพ - หนองคาย - กรุงเทพ สายใต้ จำนวน 6 ขบวน เปิดเดิน วันที่ 4 ธันวาคม 2564 - ขบวนรถนำเที่ยวที่ 909/910 กรุงเทพ - น้ำตก ndash; กรุงเทพ - ขบวนรถนำเที่ยวที่ 911/912 กรุงเทพ - สวนสนประดิพัทธ์ ndash; กรุงเทพ เปิดเดิน วันที่ 9 ธันวาคม 2564 - ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 39/44 กรุงเทพ - สุราษฎร์ธานี - กรุงเทพ ขบวนรถเชิงสังคม เปิดเดิน วันที่ 1 ธันวาคม 2564สายใต้ จำนวน 2 ขบวน - ขบวนรถธรรมดาที่ 259/260 ธนบุรี - น้ำตก ndash; ธนบุรีสายมหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ จำนวน 12 ขบวน - ขบวนรถธรรมดาที่ 4302/4303 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัย - ขบวนรถธรรมดาที่ 4312/4313 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัย - ขบวนรถธรรมดาที่ 4316/4317 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัย - ขบวนรถธรรมดาที่ 4324/4325 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัย - ขบวนรถธรรมดาที่ 4342/4343 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัย - ขบวนรถธรรมดาที่ 4346/4347 มหาชัย ndash; วงเวียนใหญ่ - มหาชัยนายเอกรัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ได้ทยอยปรับเพิ่มการเดินรถให้สอดรับกับการผ่อนคลายมาตรการของ ศบค. เพื่อให้มีจำนวนเพียงพอและเหมาะสมต่อการให้บริการแก่ประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการทั้งสิ้น 150 ขบวนต่อวัน เป็นขบวนรถเชิงพาณิชย์ 34 ขบวน และขบวนรถเชิงสังคม 116 ขบวน โดยแบ่งตามเส้นทางเป็นสายเหนือ 32 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 38 ขบวน สายใต้ 34 ขบวน สายตะวันออก 20 ขบวน สายมหาชัย 22 ขบวน และสายแม่กลอง 4 ขบวน อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มให้บริการเดินรถในครั้งนี้ การรถไฟฯ คำนึงถึงการให้บริการประชาชน ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชันไทยชนะก่อนและหลังใช้บริการ หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ ldquo;หยุดเชื้อ เพื่อชาติrdquo; https://covid-19.in.th/ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดการเดินทาง สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้ว่าการรถไฟฯ ลงพื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพ-นครลำปาง ร่วมรับฟังปัญหาของชาวชุมชนช่องแค จ.นครสวรรค์ ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง บูรณะสะพานดำ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่


เมื่อวันที่ 3-5 ธันวาคม 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารการรถไฟฯ ออกเดินทางโดยรถไฟ เพื่อสำรวจการดำเนินงานในเส้นทางรถไฟสายเหนือ กรุงเทพ-นครลำปาง ในการนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสถานีรถไฟช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ช่องแค เนื่องจากสภาพความเจริญของเมืองได้เปลี่ยนไปจากในอดีตที่บริเวณนี้เคยเจริญกว่าชุมชนใกล้เคียง จึงทำให้อัตราค่าเช่าถูกคิดบนพื้นฐานของความเจริญในสมัยนั้น แต่ในปัจจุบันความเจริญของเมืองได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ โดยสถานีรถไฟช่องแค มีอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่โดยรอบสถานีรถไฟ เป็นอาคารไม้สองชั้นปลูกสร้างและอยู่อาศัยกันมาเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ ผู้ว่าการรถไฟฯ ยังได้ร่วมประชุมและตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ เด่นชัย-เชียงของ และโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม โดยการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่นั้น มุ่งหวังที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศด้วยการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้เป็นโครงข่ายหลักในการขนส่ง สอดคล้องตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 ndash; 2580) มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการค้าการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการโดยสารและขนส่งสินค้า ตลอดจนเป็นการช่วยประหยัดการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว ผู้ว่าการรถไฟฯและคณะผู้บริหารการรถไฟฯ ได้ร่วมหารือกับนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัดลำปาง ในการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟฯบริเวณสะพานดำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดลำปาง โดยทางการรถไฟฯ ได้ดำเนินการบูรณะสะพานดำ สะพานรถไฟสายประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ประจำจังหวัด โดยทางการรถไฟฯได้บูรณะสะพานดำและพื้นที่บริเวณใกล้เคียงเรียบร้อยแล้วสำหรับแผนงานในระยะที่ 1 และจะมีการดำเนินการแผนงานระยะที่ 2 โดยได้วางแผนงานที่จะพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของการรถไฟฯ และเป็นพื้นที่สำหรับสันทนาการสำหรับชาวลำปาง รวมถึงนักท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดเป็นแหล่งศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนและเป็นการตอกย้ำว่า การรถไฟฯ อยู่คู่ชุมชนและประชาชนตลอดไป

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน