ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

การรถไฟฯ เปิดจองตั๋วขบวนรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยว เริ่มเที่ยวแรก 26 พฤศจิกายน 2564


การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการขบวนรถพิเศษนำเที่ยว รถไฟลอยน้ำต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวเส้นทาง กรุงเทพ ndash; เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2564 - มกราคม 2565โดยเริ่มให้บริการเที่ยวแรกวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ผู้สนใจสามารถจองตั๋วได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือผ่านระบบ D-Ticket รวมถึงสามารถจองเดินทางเป็นหมู่คณะแบบเช่าเหมาคันได้ด้วย นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดมาตรการผ่อนคลายควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด และประกาศเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การรถไฟฯ ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เส้นทางกรุงเทพndash;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์-กรุงเทพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟลอยน้ำหนึ่งเดียวของเมืองไทย ในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2564 ndash; มกราคม 2565 ประกอบด้วย วันที่ 26 ndash; 28 พฤศจิกายน 2564 วันที่ 3-5, 10-12, 17-19, 24-26 ธันวาคม 2564 วันที่ 7-9, 14-16, 21-23, 28-30 มกราคม 2565 (ยกเว้นวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ในวันเสาร์ที่ 1 และอาทิตย์ที่ 2 มากราคม 2564) รวม 27 วัน โดยมีขบวนรถให้บริการทั้งรถนั่งธรรมดา ชั้น 3 และรถปรับอากาศ ชั้น 2 พ่วงให้บริการในขบวนรถ คิดอัตราค่าโดยสารผู้ใหญ่และเด็กราคาเดียวกัน ดังนี้รถธรรมดากรุงเทพndash;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์-กรุงเทพ เที่ยวไป ndash; กลับ ราคา 330 บาทสระบุรี/แก่งคอย - โคกสลุง เที่ยวไป-กลับ ราคา 130 บาทเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ -กรุงเทพ เฉพาะเที่ยวกลับ ราคา 150 บาทรถปรับอากาศกรุงเทพ - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ - กรุงเทพ เที่ยวไป ndash; กลับราคา 560 บาทสระบุรี/แก่งคอย - โคกสลุงเที่ยวไป ndash; กลับ ราคา 260 บาทเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ - กรุงเทพ เฉพาะเที่ยวกลับ ราคา 250 บาทสำหรับตารางการเดินรถ เที่ยวไป (ขบวนที่ 921) ขบวนรถไฟออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 06.00 น. จากนั้นหยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่าง ๆ คือ สถานีสามเสน ชุมทางบางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี ชุมทางแก่งคอย ถึง จุดชมวิว ldquo;รถไฟลอยน้ำrdquo; กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขบวนรถจะหยุดกลางสันเขื่อนมีเวลาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ดื่มด่ำกับความงดงาม 20 นาที และเดินทางไปที่สถานีโคกสลุง มีเวลาให้นักท่องเที่ยว ชิม ช๊อป สินค้าพื้นเมือง OTOP ประมาณ 30 นาที จากนั้นขบวนรถจะพานักท่องเที่ยวมาที่ตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 10.35 น. นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะรับประทานอาหารกลางวันจากร้านค้าของกลุ่มชุมชนท้องถิ่น หรือท่องเที่ยวรอบนอกตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยใช้บริการรถตู้ อัตราค่าบริการท่านละ 60 บาทตลอดเส้นทาง ไปชมทุ่งทานตะวัน ณ บ้านกล้วย amp; ไข่ ชมสวนเฟิร์นยักษ์ ณ ไร่ทรัพย์ประยูร จากนั้นขบวนรถไฟเที่ยวกลับ (ขบวนที่ 926) ออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 15.30 น. และหยุดหยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่าง ๆ คือ สถานีชุมทางแก่งคอย สระบุรี อยุธยา รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ชุมทางบางซื่อ สามเสน ถึงสถานีกรุงเทพฯ เวลา 18.50 น. นายเอกรัชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษนำเที่ยวกรุงเทพ ndash; เขื่อนป่าสักขลสิทธิ์ การรถไฟฯ ยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมกับขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ซึ่งสามารถแสดงหลักฐานผ่าน Digital Health Pass บนหมอพร้อม Application หรือแสดงผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดคัดกรองในวันเดินทางldquo;ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้ก่อนเดินทางล่วงหน้าได้ 30 วัน ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือระบบ D-Ticket รวมถึงสามารถจองเดินทางเป็นหมู่คณะแบบเช่าเหมาคัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยrdquo;

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟฯ ยืนยันไม่รื้อหัวลำโพง พร้อมเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการเร่งเปิดเวทีสาธารณะเปิดรับฟังความคิดเห็นประเด็นการเดินรถเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ย้ำไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน สำหรับการพัฒนาพื้นที่หัวลำโพงนั้น สามารถสร้างรายได้ให้แก่การรถไฟฯ ในอนาคตนายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยืนยันจะไม่มีการทุบหรือรื้อทิ้งสิ่งปลูกสร้างสถานีรถไฟหัวลำโพงหรือปิดให้บริการแต่อย่างใด โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้การรถไฟฯ ดำเนินการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้วสำหรับแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟหัวลำโพงในอนาคตนั้น การรถไฟฯ ได้มีการตั้งบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เพื่อบริหารที่ดินของการการรถไฟฯ ทุกแปลง โดยจากการประเมินรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณหัวลำโพงในอนาคต ระยะเวลา 30 ปี พบว่า จะมีรายได้เข้ามารวม 800,000 ล้านบาท โดยในปีแรกจะอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท และปีที่ 5 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาภาระหนี้ของรถไฟที่ขาดทุนสะสมต่อเนื่องที่ประมาณ 150,000 ล้านบาท ndash; 160,000 ล้านบาท ส่วนปัญหาเรื่องการเดินรถไฟเข้ามาในเขตกรุงเทพชั้นใน รัฐบาลได้เล็งเห็นปัญหานี้มานานแล้วจึงได้พัฒนาโครงการสถานีกลางบางซื่อขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของระบบคมนาคม โดยเฉพาะระบบราง ซึ่งประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีแดง, รถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายในอนาคต เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ-รถยนต์ และเมื่อการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อแล้วเสร็จจึงเห็นควรให้มีการปรับการเดินรถเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และ การรถไฟฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและหาข้อสรุป เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การดำเนินงานในทุกมิติได้อย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ทางกระทรวงคมนาคมยังได้มีการจัดทำระบบขนส่งมวลชนรอง หรือ ฟีดเดอร์ เช่น รถเมล์ ขสมก. รวมถึงประสานงานกับภาคเอกชนที่มีสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในการอำนวยความสะดวกและยังเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน