ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

การรถไฟฯ แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทาง และงดเดินรถท้องถิ่นสายตะวันออกเฉียงเหนือ (หนองคาย) เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม


นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน 2564 ได้เกิดน้ำท่วมเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีบำเหน็จณรงค์ - จัตุรัส ส่งผลกระทบให้ขบวนรถในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ (สายหนองคาย) ไม่สามารถเดินรถผ่านได้ การรถไฟฯ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถสายหนองคาย ช่วงระหว่างสถานีบำเหน็จณรงค์ - จัตุรัส ไปใช้เส้นทางชุมทางแก่งคอย - นครราชสีมา - ชุมทางบัวใหญ่ แทน พร้อมกับงดเดินขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 2 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ดังนี้1. ขบวนรถด่วนที่ 75/76 กรุงเทพ - หนองคาย - กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนเส้นทางช่วงชุมทางแก่งคอย - ชุมทางบัวใหญ่ ไปใช้เส้นทางช่วงชุมทางแก่งคอย - นครราชสีมา - ชุมทางบัวใหญ่ แทน2. งดเดินขบวนรถท้องถิ่นที่ 433/434 ชุมทางแก่งคอย - ชุมทางบัวใหญ่ - ชุมทางแก่งคอย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า เส้นทางรถไฟช่วง สทล. 296/5-297/7 ระหว่างสถานีบำเหน็จณรงค์ - จตุรัส มีความเสียหายเล็กน้อย และเมื่อระดับน้ำลดจะสามารถเข้าดำเนินการซ่อมแซมอัดหินได้ ส่วนเส้นทางรถไฟช่วง สทล.352/13-14 ระหว่างสถานีบ้านเหลื่อม - หนองพลวง พบความเสียหายมาก เนื่องจากหินบนทางรถไฟถูกพัดไปกับกระแสน้ำ ระบบอาณัติสัญญาณได้รับความเสียหาย อีกทั้งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ฝ่ายการช่างโยธาเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ โดยขอให้พนักงาน เจ้าหน้าที่บำรุงทางตรวจทางและเฝ้าระวังสังเกตการณ์ระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย.

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟฯ เปิดเดินรถเพิ่ม 18 ขบวน รองรับการเดินทางของประชาชน ให้เหมาะสมกับมาตรการ ของ ศบค. เริ่ม 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป


การรถไฟฯ เปิดเดินรถเพิ่ม 18 ขบวน รองรับการเดินทางของประชาชน ให้เหมาะสมกับมาตรการของ ศบค. เริ่ม 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไปนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมเปิดให้บริการเดินรถตามแนวทางการผ่อนปรน และรองรับความต้องการเดินทางของผู้ใช้บริการ ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็วในเส้นทางสายใต้ สายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ การรถไฟฯ จึงได้พิจารณาเปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 18 ขบวน ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเวลา สถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในบางขบวนใหม่ และขบวนรถจะไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ในช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด โดยเริ่มเปิดให้บริการเดินรถ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ดังนี้สายเหนือ เปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 4 ขบวน - ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 7/8 กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9/10 กรุงเทพ - เชียงใหม่ ndash; กรุงเทพสายใต้ เปิดเดินขบวนรถเพิ่ม จำนวน 8 ขบวน - ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43/40 กรุงเทพ - สุราษฎร์ธานี - กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพ - ชุมทางหาดใหญ่ ndash; กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพ - ตรัง - กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช ndash; กรุงเทพสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 ขบวน - ขบวนรถเร็วที่ 139/140 กรุงเทพ - อุบลราชธานี - กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 กรุงเทพ - อุบลราชธานี ndash; กรุงเทพ - ขบวนรถด่วนดีเซลรางที่ 71/72 กรุงเทพ - อุบลราชธานี - กรุงเทพขบวนรถที่ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง/ปลายทาง จำนวน 2 ขบวน - ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพ - ชุมทางทุ่งสง - กรุงเทพ ปรับเป็น กรุงเทพ ndash; สุไหงโกลก ndash; กรุงเทพนายนิรุฒ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ได้ทยอยปรับเพิ่มการเดินรถให้สอดรับกับการผ่อนคลายมาตรการของ ศบค. และรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม2564 ได้เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม 8 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 2 ขบวน สายตะวันออก เฉียงเหนือ 4 ขบวน สายใต้ 2 ขบวน และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ได้เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงสังคมเพิ่มเติม 20 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 4 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน สายใต้ 4 ขบวน สายตะวันออก 4 ขบวน สายแม่กลอง 4 ขบวนพร้อมทั้ง ยังคงเปิดให้บริการขบวนรถท้องถิ่นแก่ประชาชนทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสตามปกติอีกด้วย ทั้งนี้ ในการปรับการให้บริการเดินรถในครั้งนี้ การรถไฟฯได้คำนึงถึงความสะดวกในการให้บริการประชาชนควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดndash;19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาพร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชันไทยชนะก่อนและหลังใช้บริการหากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทนพร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ ldquo;หยุดเชื้อ เพื่อชาติrdquo; https://covid-19.in.th/ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน