บริหารโครงการ

รฟท. เปิดเวทีรับฟังเสียงชาวเมืองแปดริ้ว ร่วมพัฒนารถไฟแบบไร้รอยต่อเพิ่มศักยภาพการคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว

           วันนี้ (29 สิงหาคม 2560) เวลา 09.30 น. ณ ห้องเทพราชแกรนด์ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) เป็นการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการแนวเส้นทาง โครงการ รูปแบบการก่อสร้าง และประโยชน์ของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีนายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยผู้บริหารการรถไฟฯ ร่วมเปิดการประชุม ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนากว่า 400 คน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้อยต่อ เป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโลจิสติกส์ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC โดยได้รับการบรรจุไว้ในแผนการดำเนินโครงการและงบประมาณ ในปีงบประมาณ 2560 – 2561 เป็นการปรับปรุงโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างท่าอากาศยาน และโครงการรถไฟความเร็วสูง ประกอบด้วย 1.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Rail Link and City Air Terminal : ARL) 2.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท – ดอนเมือง (ARLEX) 3.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – ระยอง (HSR) เพื่อให้รถไฟฟ้าแบบ City Line และการเดินรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เป็นโครงการเดียว สามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาใช้บริการการประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอสาระสำคัญโครงการ ได้แก่ แนวเส้นทางโครงการที่ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง มีจำนวน 10 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา สถานีอู่ตะเภา และสถานีระยอง รูปแบบโครงสร้างของโครงการ จะก่อสร้างเป็นทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (standard Gauge) 2 ช่วง คือ พญาไท - ดอนเมือง และลาดกระบัง - ระยอง พร้อมทางรถไฟเชื่อมเข้าออกสนามบิน ส่วนใหญ่เป็นทางรถไฟยกระดับ มีส่วนที่เป็นอุโมงค์ทางคู่บริเวณช่วงถนนพระราม 6 – สามเสน สถานีสุวรรณภูมิ และเขาชีจรรย์ รวมระยะทางประมาณ 260 กม. โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุงเดิมที่คลองตัน เพื่อรองรับรถไฟฟ้า City Line ส่วนศูนย์ซ่อมบำรุงแห่งใหม่พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง โดยมีศูนย์กลางควบคุมการเดินรถ (Operations Control Centre - OCC) ของโครงการตั้งอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงทั้ง 2 แห่ง โดยตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทยเดิมไม่ได้พาดผ่านพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้เตรียมเสนอมาตรการป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอีกด้วย

          จังหวัดฉะเชิงเทราถือเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและวัดวาอารามที่สำคัญ อาทิ วัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) ตลาดน้ำบางคล้า วัดสมานรัตนาราม ตลาดคลองสวน 100 ปี เป็นต้น ดังนั้น เมื่อการพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2566 จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมให้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการรถไฟฟ้า City Line กว่า 103,920 คน/เที่ยว/วัน และมีผู้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง ถึงกว่า 65,630 คน/เที่ยว/วัน ทั้งนี้การรถไฟฯ จะจัดประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน (สรุปผลการศึกษาโครงการ) ประมาณเดือนตุลาคม 2560 จากนั้นจะรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้เข้าร่วมการประชุม นำมาพิจารณาประกอบรายงานผลการศึกษาโครงการฯ และจะจัดเตรียมส่งมอบให้กับกระทรวงคมนาคมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

Share on Facebook Share on Google Share on Twitter Send to Email

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ