ข่าวประจำวัน

การรถไฟแห่งประเทศไทย ผนึกกำลัง จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่

การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจรถไฟ มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ ภาครัฐ และภาคเอกชน จับมือรณรงค์เพิ่มความปลอดภัยส่งประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย ที่สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) ตั้งเป้า “ปีใหม่ ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์”
วันนี้ (28 ธ.ค. 61) เวลา 14.00 น. สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ “ปีใหม่ ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์”
และ “รถไฟส่งความสุข เดินทางกลับบ้านปลอดภัย” ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยมีนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ นายแพทย์แท้จริง ศิริพาณิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และ พ.ต.อ.กฤษณะ สุขสมบูรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และภาคีเครือข่ายรณรงค์ร่วมเปิดกิจกรรม 


นายอาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยกระดับความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตามมาตรการ 777 ดังนี้คือ 7 วันก่อนเทศกาลปีใหม่ 7 วันระหว่างเทศกาลปีใหม่ และ 7 วันหลังเทศกาลปีใหม่ โดยกำหนดเป็นนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินมาตรการเพื่อป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทาง เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดยบูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้ One Transport ในส่วนกิจกรรมของมูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นกิจกรรมการรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือของมึนเมา และสร้างความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ ในส่วนของการรถไฟฯ นายวรวุฒิฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้มีการประกาศงดจำหน่าย และ
ดื่มเครื่องดื่มแอลกลอฮอล์ทั้งในบริเวณสถานี และบนขบวนรถเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ตามกฎหมายหากพบประชาชนดื่มสุราบนรถไฟหรือพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายสุราบนรถไฟมีโทษปรับ 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน รวมทั้ง ได้เน้นย้ำให้พนักงานรถไฟปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบการอย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับกวดขันผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ ฝ่ายบริการโดยสาร ฝ่ายการช่างกล ฝ่ายการช่างโยธา ฝ่ายการอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน โดยคอยระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย และให้ขบวนรถออกจากสถานีต้นทางปลายทางตรงต่อเวลา ในส่วนของมาตรการของการรถไฟฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเข้มข้นเพื่อดูแลการเดินทางของประชาชนให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และมีขบวนรถไฟโดยสารได้อย่างเพียงพอ การรถไฟฯ จึงได้จัดแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 ดังนี้


การให้บริการเดินรถเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เที่ยวไปวันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2561 และเที่ยวกลับ วันที่ 1 – 4 มกราคม 2562 ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เฉลี่ยวันละ 1 – 1.1 แสนคน ซึ่งประกอบด้วย การจัดเดินขบวนรถประจำ จำนวน 244 ขบวนต่อวัน รองรับประชาชนได้ 90,638 คน แบ่งเป็นขบวนรถสายเหนือ 42 ขบวน รองรับได้ 17,294 คน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 58 ขบวน รองรับได้ 21,280 คน สายใต้ 76 ขบวน รองรับได้ 28,040 คน สายตะวันออก 26 ขบวน รองรับได้ 12,936 คน และสายแม่กลอง 42 ขบวน รองรับได้ 11,088 คน อีกทั้ง ยังได้สั่งเพิ่มตู้โดยสารพ่วงเพิ่มเติมในขบวนประจำ โดยเฉพาะขบวนรถเร็วทุกสายอีกขบวนละ 1 – 2 ตู้ ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเติมประมาณ 10,000 คนต่อวัน ขณะเดียวกันยังได้เปิดเดินขบวนรถพิเศษเสริมช่วยการโดยสารในเส้นทางสายเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวไปช่วงวันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2561 เพิ่มอีก 4 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 5,200 คน และเที่ยวกลับช่วงวันที่ 1 – 2 มกราคม 2562 อีก 4 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 5,200 คน คาดว่าสามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางไป-กลับเพื่อเยี่ยมภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตลอด 7 วัน ได้ทั้งสิ้นประมาณ 693,258 คน ซึ่งมีขบวนรถให้บริการได้อย่างเพียงพอ และไม่เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือไปยังกองบังคับการตำรวจรถไฟ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่รถไฟที่ปฏิบัติหน้าที่ตามสถานีและบนขบวนรถให้เข้มงวดตรวจตราอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยในทุกที่ตามข้อบังคับ ระเบียบการอย่างเคร่งครัด พร้อมกับงดเว้นการเสพสุรา เครื่องดื่ม มึนเมาขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด ตลอดจนให้ความสอดส่องความเคลื่อนไหวของบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือวัตถุต้องสงสัย และขอความร่วมมือผู้โดยสาร หากพบเห็นสิ่งใดผิดปกติสามารถแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ หรือ สายด่วนการรถไฟฯ โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

Share on Facebook Share on Google Share on Twitter Send to Email

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ