ข่าวประจำวัน

รฟท. คุมเข้มมาตรการ 4 ม. รักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

         การรถไฟแห่งประเทศไทย สนับสนุนนโยบายโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ เพิ่มมาตรการรักษาความความปลอดภัย คุมเข้มบนขบวนรถและสถานีรถไฟให้ปลอดแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการอำนวยความสะดวกและให้บริการ พร้อมเน้นย้ำพนักงานขับรถ ก่อนเคลื่อนขบวนรถแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถไฟ

         วันนี้( 11 เมษายน 2561) ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน สงกรานต์ปลอดภัยตายเป็นศูนย์ พร้อมด้วยนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยไม่ขับรถเมื่อเมาสุรา ซึ่งนายอานนท์ฯ ได้เปิดเผยว่า ในส่วนของการรถไฟฯ ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายเมาไม่ขับ โดยมีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ การตรวจหาสารเสพติดให้กับพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถ และประจำสถานี ก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดเรื่องห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด บนขบวนรถและบริเวณสถานีรถไฟ โดยได้ประสานงานขอความร่วมมือไปยังบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย นายทนงศักดิ์ฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้เตรียมแผนมาตรการด้านความปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การเดินขบวนรถ ดังนี้

         1. มาตรการด้านพนักงาน กวดขันพนักงานด้านปฏิบัติการ (Operating) ของทุกฝ่าย เช่น นายสถานี พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ พนักงานกั้นถนน พนักงานขับรถ พนักงานช่างเครื่องฯลฯ ให้ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ระดมพนักงานด้านช่างเทคนิคต่าง ๆ ประจำอยู่ที่ศูนย์กลางกรุงเทพ เพื่อประสานงานและติดตาม หรือสั่งการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลตลอด 24 ชั่วโมง และจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยประจำการรถไฟฯ และศูนย์ปลอดภัยตามภูมิภาครวม 5 เขต คือ เขต 1 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีกรุงเทพ เขต 2 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีนครราชสีมา เขต 3 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีอุตรดิตถ์ เขต 4 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุมพร เขต 5 ศูนย์ปลอดภัยประจำอยู่ที่สถานีชุดทางหาดใหญ่ ศูนย์ปลอดภัยทั้ง 5 เขต จะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุม ติดตาม ประสานงานกับศูนย์ประสานการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมด้านขนส่ง (จังหวัด) ประสานกับศูนย์ปลอดภัยกระทรวงคมนาคม หรือประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

          2. มาตรการด้านรถจักร/รถพ่วง ตรวจสอบสภาพรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน และหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ ขณะทำขบวนระหว่างทาง และก่อนนำออกใช้งาน หากสถานีใดกำหนดให้ขบวนรถหยุดมากกว่า 10 นาทีขึ้นไป พนักงานด้านเทคนิคต่าง ๆ เช่นพนักงานตรวจกล ช่างไฟฟ้า นายสถานี พนักงานรักษารถ ต้องร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย ความสมบูรณ์ของรถจักร รถพ่วง อุปกรณ์ล้อเลื่อนต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง

         3. มาตรการด้านทาง จัดพนักงานตรวจสภาพทางอย่างน้อยวันละครั้ง และเพิ่มความถี่ในการออกตรวจในช่วงเทศกาล ขจัดทัศนวิสัยสองข้างทางรถไฟโดยเฉพาะบริเวณจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับทางถนนเพื่อมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ พนักงานขบวนรถสามารถมองเห็นสภาพสองข้างทางได้อย่างสะดวก ชัดเจน สามารถมองเห็นอาณัติสัญญาณต่าง ๆ หรือเห็นยวดยานพาหนะต่าง ๆ ที่ขับผ่านถนนเสมอระดับทางรถไฟได้อย่างสะดวก ชัดเจน หรือในทางกลับกัน ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะสามารถมองเห็นขบวนรถไฟ อาณัติสัญญาณได้อย่างสะดวก ชัดเจน เช่นเดียวกัน

          4. มาตรการด้านอาณัติสัญญาณ ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องอาณัติสัญญาณโทรคมนาคม เช่น เสาอาณัติสัญญาณไฟสี เครื่องทางสะดวก เครื่องกั้นถนน เครื่องโทรศัพท์ควบคุมการเดินรถ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถให้สามารถใช้งานได้ดีตลอดเวลา โดยจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจวันละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ได้เพิ่มป้ายเตือนต่าง ๆ ในบริเวณทางผ่านที่มีเครื่องกั้นอัติโนมัติ และเครื่องกั้นชนิดแผงกั้น โดยทำการปรับปรุง ทาสี ให้สามารถมองเห็นได้อย่างสะดวก ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพิ่มไฟฟ้าแสดงสว่างให้เพียงพอมิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเดินรถ

          นายทนงค์ศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และสถานีตำรวจภูธร ในเขตแต่ละพื้นที่ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับป้ายเตือน/ป้ายอาณัติสัญญาณ/เครื่องอาณัติสัญญาณต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุการเดินทาง นอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือมายังประชาชนที่เดินทาง ขอให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ ห้ามยืนระหว่างหัวต่อรถโดยสาร และห้ามใช้บันไดเป็นที่โดยสาร ห้ามขึ้นรถในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่เพราะอาจพลัดตกเสียชีวิตได้ ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของท่าน อย่าฝากสิ่งของที่มีค่าไว้กับบุคคลแปลกหน้า ห้ามจำหน่าย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด บนขบวนรถและสถานีรถไฟ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24ชั่วโมง หรือ www.railway.co.th หรือเฟชบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

Share on Facebook Share on Google Share on Twitter Send to Email

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ