ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก และมอบรถดีเซลรางให้กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผสานโครงข่ายระบบราง สานสัมพันธ์สองประเทศ


วันนี้ (22 เม.ย. 62) ณ สถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา พิธีส่งมอบรถดีเซลราง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางรถไฟระหว่างไทย - กัมพูชา ตลอดจนความร่วมมือต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้จัดพิธีลงนามความตกลงการเดินรถไฟร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา พิธีมอบรถดีเซลราง และพิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก โดยมีสาระสำคัญและความเป็นมาของทั้ง 3 พิธี ดังนี้ 1. ความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในอดีตฝ่ายไทย ndash; กัมพูชา เคยมีการเดินรถใน ปี 2485 ซึ่งมีการปิด ndash; เปิด การเดินรถหลายครั้ง และมีการเดินรถครั้งสุดท้ายในเดือนกรกฎาคม 2517 ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายทางรถไฟ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำร่างความตกลงฯ และได้ร่วมกันหารือเพื่อพัฒนาร่างความตกลงฯ มาอย่างต่อเนื่อง และในการหารือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ณ กรุงพนมเปญ ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปต่อร่างดังกล่าวและปรารถนาที่จะให้มีการลงนามความตกลงฯ ก่อนพิธีส่งมอบรถไฟดีเซลราง และในวันนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนประเทศไทย และ นายซุน จัน ทอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง เป็นผู้แทนประเทศกัมพูชา เป็นผู้ลงนามความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งสาระสำคัญของความตกลงได้ครอบคลุมทั้งการโดยสารและการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมโยงด้านรถไฟระหว่างไทย - กัมพูชา ทั้งทางด้านกายภาพ ด้านกฎระเบียบ ตลอดจนความร่วมมือต่าง ๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย 2. การส่งมอบรถดีเซลรางจากผลการหารือทวิภาคี ในการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD Summit) ครั้งที่ 2 ในปี 2559 ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย - กัมพูชา ซึ่งได้ตกลงที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไทย - กัมพูชา พร้อม สนับสนุนตู้โดยสารรถไฟให้กับประเทศกัมพูชา เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างกันสำหรับรถไฟที่การรถไฟฯ จะส่งมอบให้ประเทศกัมพูชา เป็นรถดีเซลราง หรือ Diesel Multiple Unit (DMU) ผลิตโดย บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นรถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.) หมายเลข 1035 และ 1038 และรถพ่วงดีเซลรางมีห้องขับ (พซข.) หมายเลข 40 และ 45 เข้าประจำการที่การรถไฟฯ ในปี 2513 - 2514 และมีการปรับปรุงในปี 2534 - 2537 โดยทำการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์และเครื่องถ่ายทอดกำลัง รวมถึงการปรับปรุงระบบเครื่องทำลมอัด ทำให้มีประสิทธิภาพในการเดินขบวนรถได้ดียิ่งขึ้น และมีการปรับปรุงครั้งล่าสุด เมื่อปลายปี 2559 ปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงรถดีเซลราง จำนวน 4 คัน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้ทำการฝึกอบรมการขับรถและซ่อมบำรุงรถให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงที่ 1 การฝึกขับรถและตรวจเช็คเบื้องต้น ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 - 26 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงรถพ่วงแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และช่วงที่ 2 จะจัดขึ้นภายหลังจากที่มีการส่งมอบรถแล้วที่ประเทศกัมพูชา มีเนื้อหาเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถ และการอบรมเทคนิคการขับเคลื่อน ระยะเวลา 15 วัน และในพิธีส่งมอบวันนี้เจ้าหน้าทีฝ่ายกัมพูชาที่ได้รับการอบรมจะเป็นผู้ขับรถไฟขบวนดังกล่าว 3. สถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึกสืบเนื่องจากความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานรถไฟมิตรภาพ ระหว่างไทย ndash; กัมพูชา ในปี 2559 โดยการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างสถานีชั่วคราว สถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก เป็นสถานีสุดท้ายของทางรถไฟสายตะวันออก (อรัญประเทศ) ตั้งอยู่บริเวณบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ห่างจากสะพานรถไฟมิตรภาพฯ ประมาณ 200 เมตร มีพื้นที่โดยประมาณ 13,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารสถานี เส้นทางรถไฟทางหลักและทางหลีก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้ง ภายในอาคารสถานีแบ่งออกเป็น 6 ห้อง ประกอบด้วย ห้องหน่วยงานความมั่นคง ห้องตรวจปล่อย/ด่านศุลกากร ห้องตรวจคนเข้าเมือง ห้องด่านตรวจพืช ห้องด่านตรวจสัตว์น้ำ และห้องงานสถานีรถไฟในโอกาสนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ขึ้นรถดีเซลรางขบวนดังกล่าว จากสถานีด่านพรมแดนบ้านคลองลึกไปยังสถานีปอยเปต เพื่อส่งมอบรถอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ จากความร่วมมือกันของทั้งสองประเทศ จะส่งเสริมให้การเดินรถไฟสายตะวันออก (อรัญประเทศ) มีความสะดวกสบายมากขึ้น สนับสนุนการค้าชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก East - West Corridor ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่สำคัญ ยังเป็นการแสดงถึงความร่วมมืออันเกิดจากมิตรภาพของรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ที่ต้องการสร้างความสุข ยกระดับคุณภาพชีวิตและความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเพิ่มศักยภาพของภูมิภาคอาเซียนให้สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย สรุปยอดผู้โดยสารใช้บริการรถไฟเดินทางล่วงหน้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2562 รวมจำนวน 403,639 ราย


การรถไฟแห่งประเทศไทย สรุปยอดผู้โดยสารใช้บริการรถไฟเดินทางล่วงหน้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2562 รวมจำนวน 403,639 ราย พร้อมคาดประชาชนใช้บริการรถไฟเดินทางไปกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาลสงกรานต์ ช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 โดยเพิ่มขบวนรถพิเศษอีก 15 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารเพิ่มในขบวนรถปกติจนเต็มหน่วยลากจูงทั้ง 242 ขบวน รองรับการเดินทางได้ถึงวันละ 100,000-120,000 คนนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยสถานการณ์การเดินทางของผู้โดยสารช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5-8 เมษายน 2562 พบว่า มีประชาชนใช้บริการรถไฟเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์ล่วงหน้าจำนวนมาก โดยตลอด 4 วัน มีผู้โดยสารเดินทางโดยรถไฟทั่วประเทศทั้งสิ้น 403,639 รายทั้งนี้พบว่า วันที่ 5 เมษายน 2562 เป็นวันที่ประชาชนใช้รถไฟเดินทางมากสุดจำนวน 92,372 ราย รองลงมาเป็นการเดินทางวันที่ 6 เมษายน 2562 จำนวน 86,602 ราย การเดินทางวันที่ 7 เมษายน 2562 จำนวน 63,137 ราย และเดินทางวันที่ 8 เมษายน 2562 จำนวน 64,069 ราย สำหรับเส้นทางที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด อันดับหนึ่งเป็นรถไฟสายใต้ จำนวน 149,725 ราย รองลงมาเป็นสายอีสาน จำนวน 105,463 ราย สายเหนือ จำนวน 83,163 ราย สายตะวันออก จำนวน 44,383 ราย สายมหาชัย จำนวน 17,160 ราย และสายแม่กลอง จำนวน 3,745 ราย ldquo;การรถไฟฯประเมินว่าแม้จะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับไปฉลองเทศกาลสงกรานต์ล่วงหน้าไปแล้ว แต่ก็ยัง คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้รถไฟเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 11-17 เมษายน 2562 อีกจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากในปีนี้รัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดเพิ่มเติมในวันที่ 12 เมษายน 2562 ทำให้หยุดยาวรวม 5 วัน ประกอบกับขณะนี้มียอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเต็มหมดทุกที่นั่งแล้วrdquo;นายวรวุฒิกล่าวว่า อย่างไรก็ตามระหว่างนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังได้มีการจัดมาตรการอำนวยความสะดวกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ไว้พร้อมแล้ว ซึ่งเพียงพอรองรับการเดินของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้างตามสถานีตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน โดยได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ 242 ขบวน นอกจากนี้ยังได้เตรียมเปิดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมจากขบวนประจำอีก 18 ขบวน แบ่งเป็นเที่ยวไป ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2562 จำนวน 8 ขบวน และเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 15-17 เมษายน 2562 จำนวน 10 ขบวน สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารสูงสุดถึง 100,000-120,000 คนต่อวันทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยการรถไฟฯ คาดหวังว่าในการดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยอย่างเข้มข้น จะช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย และเดินทางไปกลับได้อย่างสวัสดิภาพปลอดภัยตลอดเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน