ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมถวายความจงรักภักดีจัดโครงการ รถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก


การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมถวายความจงรักภักดีจัดโครงการ ldquo;รถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกrdquo; นำจิตอาสาร่วมพัฒนาวัดและโรงเรียน อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 8.00 น. บริเวณชานชาลา 4- 5 สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดโครงการ รถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พร้อมเคาะระฆังให้สัญญาณเคลื่อนขบวนรถจักรไอน้ำ นำคณะจิตอาสา 904 จิตอาสาภาคประชาชน และพนักงานรถไฟจิตอาสา เดินทางไปร่วมกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯ ที่บริเวณลานพลับพลา สถานีรถไฟบางปะอิน และร่วมทำความสะอาดวัด และโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งได้รับการโปรดเกล้าสถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ได้ดำเนินการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดีผ่านกิจกรรมพิเศษเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ทั้งนี้ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร่วมถวายความจงรักภักดีจัดโครงการ รถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นำคณะจิตอาสา 904 จํานวน 200 คน และพนักงานรถไฟ ปฏิบัติงานจิตอาสา จํานวน 200 คน รวม 400 คน เดินทางด้วยขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำ เส้นทางกรุงเทพ - บางปะอิน ไปร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณหน้าพลับพลาสถานีบางปะอิน และทําความสะอาดวัดและโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำหรับรายละเอียดของการดำเนินโครงการ ได้มีการคล้องพวงมาลัยขบวนรถจักรไอน้ำและเคาะระฆังให้สัญญาณเคลื่อนขบวนรถจักรไอน้ำออกจากสถานีกรุงเทพ ตั้งแต่เวลา 08.10 น. และเดินทางถึงสถานีบางปะอิน 10.00 น. โดยมีคณะผู้บริหาร คณะจิตอาสาลงจากขบวนรถร่วมปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณหน้าพลับพลา สถานีบางประอิน พรอมถ่ายรูปที่ระลึก จากนั้นผู้บริหาร และคณะจิตอาสาได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม เพื่อมอบเงินสบทบทุนให้กับโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม นอกจากนี้ คณะจิตอาสา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังรับมอบเครื่องมือทําความสะอาด จากผู้บริหารการรถไฟฯ เพื่อปฏิบัติงานจิตอาสา ร่วมลงพื้นที่ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ ทำความสะอาด บริเวณวัด อาคารเรียน ในโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษายังพระราชวังบางปะอิน และเดินทางกลับมาโดยขบวนรถจักรไอน้ำจากสถานีบางปะอินถึงสถานีกรุงเทพโดยสวัสดิภาพช่วงเวลา 18.30 น.

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ครบรอบ 103 ปี สถานีรถไฟกรุงเทพ


ครบรอบ 103 ปี สถานีรถไฟกรุงเทพเดิมที สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งคำว่า หัวลำโพง สันนิษฐานว่าตั้งชื่อตามคลองและทุ่งที่มีฝูงวัวที่วิ่งกันคึกคัก ที่เรียกว่า ทุ่งวัวลำพอง และได้เพี้ยนเสียงมาเป็น หัวลำโพง บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งคือ ต้นลำโพง ซึ่งเคยมีมากในบริเวณนี้ สถานีนี้เริ่มสร้างในสมัย รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2453 สร้างเสร็จและเริ่มใช้งาน วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง เดิมเป็นสถานีที่ให้บริการทั้งด้านการขนส่งสินค้า และขนส่งมวลชน ต่อมาการขยายตัวในด้านการโดยสารและขนส่งสินค้ามีมากขึ้น แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัดเพียง 120 ไร่ จึงทำให้ต้องย้ายกิจการขนส่งสินค้าไปอยู่ที่ย่านสินค้าพหลโยธิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และทำการปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพงให้เป็นสถานีรถไฟสำหรับบริการด้านขนส่ง มวลชนเพียงอย่างเดียว เพื่อสามารถรองรับผู้โดยสารจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ ตัวสถานีแบ่งเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ อาคารมุขหน้า มีลักษณะเหมือนระเบียงยาว และอาคารโถงสถานีเป็นอาคารหลังคาโค้งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก (Classicism) คือ เป็นงานเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณของกรีก - โรมัน จุดเด่นของสถานีหัวลำโพงอีกอย่างหนึ่งคือ กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งประดับไว้อย่างผสมผสานกลมกลืนกับตัวอาคาร เช่นเดียวกับนาฬิกาบอกเวลาซึ่งติดตั้งไว้กลางส่วนโค้งของอาคารด้านในและด้าน นอก โดยเป็นนาฬิกาที่สั่งทำขึ้นพิเศษเป็นการเฉพาะ ไม่ระบุชื่อบริษัทผู้ผลิตเหมือนนาฬิกาทั่วๆ ไป บริเวณที่พักผู้โดยสารเป็นห้องโถงชั้นครึ่ง ชั้นล่างซึ่งมีที่นั่งจำนวนมาก มีร้านค้าหลากหลาย ได้แก่ ร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ผลไม้ ขนมปัง ไอศกรีม หนังสือ ร้านขายยา ฯลฯ ก่อนถึงห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้ายังมีห้องละหมาดอีกด้วย เหนือห้องประชาสัมพันธ์มีจอภาพขนาด 300 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบ DOLBY DIGITAL ฉายเรื่องราวเกี่ยวกับการรถไฟ ส่วนชั้นลอย มีที่นั่งไม่มากนัก มีบริษัททัวร์ บริษัทรับจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา และร้านกาแฟ ที่ผนังด้านซ้ายและขวาของสถานีหัวลำโพงมีภาพเขียนสีน้ำ เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ของประเทศ อาทิ พระบรมมหาราชวัง ตลาดน้ำ เขาวัง ภูกระดึง หาดสมิหลา ฯลฯ นอกจากนี้ที่ด้านหน้าสถานีมีสวนหย่อมและน้ำพุสำหรับประชาชน โดยข้าราชการรถไฟได้รวบรวมทุนทรัพย์จัดสร้างอนุสาวรีย์น้อมเกล้าฯ อุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระพุทธเจ้าหลวง อนุสาวรีย์ที่ว่านี้เป็นรูป ldquo;ช้างสามเศียรrdquo; มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แกะสลักเป็นภาพนูนสูงประดิษฐานอยู่ด้านบน กิจการรถไฟในปัจจุบัน มีเส้นทางที่ออกจากสถานีหัวลำโพง จำนวน 4 สาย ได้แก่ ทางรถไฟสายเหนือ ต้นทางอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ปลายทาง สถานีรถไฟเชียงใหม่ ระยะทาง 751.42 กิโลเมตร ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นทางอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระจะแยกออกเป็น 2 สาย ดังนี้ ปลายทางสถานีรถไฟอุบลราชธานี ระยะทาง 575.10 กิโลเมตร ปลายทางสถานีรถไฟหนองคายใหม่ ระยะทาง 621.10 กิโลเมตร ทางรถไฟสายตะวันออก ต้นทางสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราแล้วแยกออกเป็น 2 สาย คือ ปลายทางสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ระยะทาง 260.50 กิโลเมตร ปลายทางสถานีรถไฟบ้านพลูตาหลวง ระยะทาง 184.03 กิโลเมตร ทางรถไฟสายใต้ต้นทางสถานีหัวลำโพง และสถานีธนบุรีเมื่อถึงสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่แล้วแยกออกเป็น 2 สาย คือ ปลายทางสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 973.84 กิโลเมตร (นับถึงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์) ปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ระยะทาง 1,142.99 กิโลเมตร สถานีรถไฟหัวลำโพงในปัจจุบัน มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินให้บริการอยู่ภายในชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน