ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

ขบวนรถพิเศษนั่งรถไฟลอยน้ำ เส้นทาง กรุงเทพ – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เริ่มเปิดจำหน่ายตั๋ววันแรก 11 ตุลาคมนี้


การรถไฟฯ จัดขบวนรถพิเศษนั่งรถไฟลอยน้ำต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว เส้นทางกรุงเทพ ถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เริ่มเปิดจำหน่ายตั๋ววันแรก 11 ตุลาคมนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยว พานั่งรถไฟลอยน้ำต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว เส้นทางกรุงเทพ ถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงมกราคม 2563 เริ่มเปิดจำหน่ายตั๋ววันแรก 11 ตุลาคมนี้ พร้อมให้บริการเที่ยวแรก 16 พฤศจิกายน 2562 จัดให้บริการตู้โดยสารพิเศษจัดเฉพาะเช่าเหมาคัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเป็นหมู่คณะ จองตั๋วได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้ากองโฆษณาและส่งเสริมการท่องเที่ยว รักษาการแทน ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในฤดูกาลการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่กำลังมาถึงในปีนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เส้นทาง กรุงเทพ ndash; เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; กรุงเทพ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ให้เดินทางไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟลอยน้ำหนึ่งเดียวของเมืองไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยผืนน้ำและผืนป่าเขียวชอุ่มสองข้างทาง แบบไปเช้าเย็นกลับ ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2562 ndash; มกราคม 2563 ทั้งนี้รถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสัก เที่ยวปฐมฤกษ์เปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 เป็นวันแรกและจะมีการให้บริการต่อในวันที่ 17, 23, 24, 30 พฤศจิกายน 2562 วันที่ 1, 7, 8, 14, 15, 21, 22 ธันวาคม 2562 และวันที่ 11, 12, 18, 19, 25, 26 มกราคม 2563 รวมจำนวน 18 วัน สำหรับตารางเวลาเดินรถ เที่ยวไป ขบวนรถออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 07.10 น. จากนั้น หยุดรับ-ส่ง ผู้โดยสารตามสถานีต่างๆ คือ สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี แก่งคอย แก่งเสือเต้น ถึงจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีเวลาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมดื่มด่ำกับความงดงาม ตื่นตาตื่นใจประมาณ 30 นาที เดินทางไปต่อที่สถานีโคกสลุง มีเวลาให้นักท่องเที่ยวพักผ่อน ถ่ายภาพ ซื้อของ อีกประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินทางกลับมาที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถึงเวลา 11.32 น. ให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นรับประทานอาหารกลางวันจากร้านค้าของกลุ่มชุมชนท้องถิ่น สัมผัสกับธรรมชาติบนสันเขื่อน เพลิดเพลินกับกิจกรรมการแสดงวิถีชีวิตของชุมชนไทยเบิ้ง การแสดง และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง OTOP นั่งรถตัวหนอนชมบรรยากาศบริเวณสันเขื่อนฯ ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเขื่อนป่าสักฯ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชมฟาร์มแพะ ฟาร์มแกะ หรือบริการรถรางวิ่งผ่านสันเขื่อนไปสักการะพระใหญ่ อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี โดยรถเที่ยวกลับ ออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เวลา 15.30 น. เพื่อเดินทางกลับถึงสถานีกรุงเทพ เวลา 18.20 น. นายเอกรัชกล่าวว่า ผู้สนใจเดินทางสามารถเลือกจองตั๋วโดยสารได้ทั้ง 2 แบบ คือ รถนั่งชั้น 3 ธรรมดา รถนั่งชั้น 2 ปรับอากาศ ส่วนค่าโดยสารเด็ก และผู้ใหญ่ราคาเดียวกัน ตามรายละเอียดดังนี้1. ค่าโดยสารอัตราพิเศษรถนั่งชั้น 3 ธรรมดา (พัดลม)* กรุงเทพ ndash; เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; กรุงเทพ คนละ 290 บาท ไป-กลับ * สระบุรี/แก่งคอย - โคกสลุง คนละ 110 บาท ไป-กลับ * แก่งเสือเต้น/เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; โคกสลุง คนละ 60 บาท ไป-กลับ * เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; กรุงเทพ คนละ 150 บาท เที่ยวกลับเที่ยวเดียว2. ค่าโดยสารอัตราพิเศษรถนั่งชั้น 2 (ปรับอากาศ)* กรุงเทพ ndash; เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; กรุงเทพ คนละ 490 บาท ไป-กลับ * สระบุรี/แก่งคอย - โคกสลุง คนละ 220 บาท * เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ndash; กรุงเทพ คนละ 250 บาท เที่ยวกลับเที่ยวเดียวนอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้ให้บริการตู้โดยสารพิเศษจัดเฉพาะเช่าเหมาคัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเป็นหมู่คณะ โดยสามารถเช่าพ่วงเพิ่มไปกับขบวนรถพิเศษได้โดยมีอัตราค่าเช่าตู้โดยสาร ไป- กลับ ดังนี้ 1. รถโบกี้จัดเฉพาะปรับอากาศ (รถ OTOP Train) เดินทางได้ จำนวน 110 คน ราคา 51,400 บาท 2. รถโบกี้จัดเฉพาะปรับอากาศ (รถเสบียงครัวร้อน) เดินทางได้ จำนวน 20 คน ราคา 34,000 บาท 3. รถโบกี้จัดเฉพาะปรับอากาศ (รถเสบียงครัวเย็น) เดินทางได้ จำนวน 30 คน ราคา 34,000 บาท 4. หากเช่ารถเสบียงครัวร้อนหรือเสบียงครัวเย็น สามารถเช่ารถชุด PRESTIGE รถตู้นอนเดินทางได้ 8 คน รถประชุมใหญ่เดินทางได้ 30 คน และรถชุด VIP TRAIN รถตู้นอนเดินทางได้ 8 คน รถประชุมและสันทนาการเดินทางได้ 30 คน ในราคาคันละ 40,000 บาท (มีค่าใช้จ่ายพนักงานคุมเครื่องเสียงเพิ่ม อัตราคันละ 1,500 บาท/วัน) ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้ก่อนเดินทาง ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟฯ ได้รับการประกาศผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2562 จำนวน 86.83 คะแนน อยู่ในระดับคะแนนสูง 2 ปีติดต่อกัน


การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รับการประกาศผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 86.83 คะแนน อยู่ในระดับคะแนนสูง 2 ปีติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารองค์กรโดยยึดหลักธรรมาภิบาลนายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้ากองโฆษณาและส่งเสริมการท่องเที่ยว รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้รับการประกาศผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 86.83 คะแนน ซึ่งถือเป็นเกณฑ์คะแนนระดับสูง 2 ปีติดต่อกัน จากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 8,299 หน่วยงาน ldquo;การได้รับการประกาศคะแนนประเมินในระดับสูงครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างเต็มความสามารถขององค์กร โดยมีการยึดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งด้านการลงทุน การให้บริการแก่ประชาชน และการบริหารจัดการภายใน เพื่อเสริมสร้างองค์กรให้มีความแข็งแกร่งตามหลักของธรรมาภิบาล ตลอดจนได้ส่งเสริมการสร้างกลไกด้านการป้องกัน และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงสร้างความโปร่งใส และมีส่วนในการดูแลรับผิดชอบสังคมrdquo;นายเอกรัชกล่าวว่า ในปี 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการดำเนินแนวทางขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การมีธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ได้ประกาศมาตรการภายในเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต เพื่อให้บุคลากรทุกระดับภายในการรถไฟฯถือปฏิบัติ ใน 7 เรื่อง ได้แก่ 1. มาตรการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ 2. มาตรการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม 3. มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต 4. มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต 5. มาตรการป้องกันการรับสินบน 6. มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม 7. มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจนอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้กำหนดแผนปฏิบัติงานโดยกำหนด 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริตในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต ยุทธศาสตร์ที่ 2 สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาระบบป้องกันทุจริตเชิงรุก ยุทธศาสตร์ที่ 4 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต และยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ซึ่งหลังจากนี้การรถไฟฯ ยังพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ความเป็นธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการบริการที่ดีให้แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน